dot dot
bulletแกลเลอร์รี่ เมโทรฯ
bulletหย่อง ตัดโดย เมโทรฯ
bulletเพลินเพลงไวโอลิน
bulletเด็กกับทักษะทางดนตรี
bulletเตรียมตัวเรียนดนตรี
bulletคำถามที่พบบ่อย
bulletเลือกไวโอลินและคันชัก
bulletคันชักไม้หลายชนิด ดูให้เป็น
bulletไวโอลินก็มีหัวใจ
bulletมือใหม่และไวโอลิน
bulletเรื่องสัพเพเหระ
bulletเรื่องหย่องไวโอลิน
bulletวิธีผลิตไวโอลินและคันชัก
bulletส่วนต่าง ๆ ของคันชัก
bulletส่วนต่าง ๆ ของไวโอลิน
bulletภาพไวโอลินระดับโลก
bulletวิธีอ่านโน๊ตและการวางนิ้ว
bulletเข้าใจไวโอลินสเกล
bulletเล่นไวโอลินให้ดูสง่างาม
bulletหัดทำไวบราโต้ (Vibrato)
bulletหัดจับคันชักแบบ Itzhak
bulletไวโอลินสวย ๆ
bulletเวปไซด์นักไวโอลินชื่อดัง
bulletโน๊ตเพลงลาติน
bulletโน๊ตเพลงแบบง่าย
bulletโน๊ตเพลงป๊อป
bulletโน๊ตเพลงคลาสสิค
bulletโน๊ตเพลงพระราชนิพนธ์
bulletท่านถาม - เราตอบ
bulletนโยบายความเป็นส่วนตัว


Fine French violins and bow


คันชักไม้หลายชนิด ดูให้เป็น


คันชักทำจากไม้เพอนัมบุ๊คโค่ ของแท้มีลักษณะอย่างไรบ้าง

ภาพด้านซ้าย "ไม้อายุสิบสองปี" และภาพด้านขวา "ไม้อายุยี่สิบเจ็ดปี"
เพอนัมบุ๊คโค่เป็นไม้โตช้าที่ปลุกได้เฉพาะในประเทศบราซิลแห่งเดียวเท่านั้น

"ไม้อายุต่ำกว่าสิบปี" ไม่เหมาะที่จะนำมาทำคันชักมาตรฐานเพราะไม้ยังอ่อนมาก


ไม้เพอนัมบุ๊คโค่ (Pernambuco – ชื่อนี้เป็นทั้งชื่อพันธุ์ไม้และชื่อเมืองที่เคยมีไม้นี้อยู่มาก) เป็นสายพันธ์ไม้ที่มีอยู่เพียงที่เดียวในโลกคือที่ประเทศบราซิล ปัจจุบันรัฐบาลบราซิลมีมาตรการกวดขันการใช้ไม้ชนิดนี้อย่างเข้มงวด ลักษณะเนื้อไม้ชนิดนี้จากภาพจะเห็นได้ชัดเจนว่าลายไม้มีทั้งในแนวตั้งและแนวนอน เหลือบเป็นลายตาข่ายจาง  ไม้ชนิดนี้เมื่อมีอายุการใช้งานนานขึ้นสีไม้ก็จะเปลี่ยนเป็นเข้มขึ้นไปด้วยจนเรียกกันว่าเป็นสีช๊อกโกแล็ตไม้เพอนัมบุคโค่แท้จะต้องมีลักษณะลายไม้เป็นเช่นนี้เสมอ ภาพด้านบนเป็นไม้ที่แก่จัด อายุมากสีเลยเปลี่ยนเป็นสีช๊อคโกแล็ต ทำให้ลายเห็นชัด
 
ข้อควรระวังคือ ปัจจุบันมีคันชักจากประเทศจีนที่ใช้ไม้สายพันธุ์ที่มีลายเสี้ยนไม้และน้ำหนักคล้ายกับเพอนัมบุ๊คโค่มาทำคันชัก สามารถตรวจสอบโดยดูสีไม้จริงได้โดยการถอด frog ออกมาดูสีของเนื้อไม้จริงในร่องคันชัก ของแท้จะเห็นเป็นสีไม้แดงอมสีฝาด วิธีนี้พอช่วยได้ในกรณีที่ดูลายไม้จากภายนอกได้ไม่ชัด และต้องเข้าใจให้ถูกต้องด้วยว่า คันชักเพอนัมบุ๊คโค่เกรดต่ำจะมีคุณภาพต่ำกว่าคันชักไม้บราซิลวู๊ดเกรดสูงค่อนข้างมาก คันชักชนิดนี้หากราคาที่ซื้อจากร้านในไทยเราต่ำกว่า 10,000 บาท ก็ควรสงสัยไว้ก่อนว่าเป็นไม้เพอนัมบุ๊คโค่จริงหรือเปล่า (เกรดธรรมดาสั่งซื้อทางอินเตอร์เน็ทโดยตรงก็น่าจะราคาต่ำสุดประมาณ 8,000 บาท แม้เป็นของที่ทำจากช่างจีนก็ไม่ได้ต่ำกว่านี้) 
 
วิธีซื้อคันชักให้คุ้มค่าอาจต้องพิจารณาหลาย ๆ จุด แต่ในบางรายอาจเลือกโดยเน้นคุณลักษณะบางอย่างเป็นตัวนำในการตัดสินใจเพื่อให้ได้คันชักในราคาที่ไม่แพงนัก สิ่งที่ควรพิจารณาก็ เช่น
1.    ถ้าถามช่างทำคันชักว่าคุณสมบัติใดมากก่อน ช่างทำคันชักเก่ง ๆ ทุกคนมักจะตอบว่าต้องเลือกที่ เสียง (sound) เป็นอันดับแรก คือคันชักให้เสียงต่าง ๆ กันบนไวโอลินตัวเดียวกัน เช่น เสียงสว่าง เสียงวอร์มแบบกลาง ๆ เสียงเข้มหนา เสียงคมชัดมาก ชัดน้อย และคนเล่นนั้นจะชอบเสียงคันชักใดเวลาที่ใช้กับไวโอลินของตัวเองหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่อง แต่ถ้าได้เสียงที่ต้องการและมีความคมชัดมาก และราคาไม่แพงด้วยแล้วก็จะยิ่งดี
2.    บาลานซ์ (balance point) ไม่หนักปลายและไม่หนักท้าย ทว่าหากหนักส่วนปลายดียังดีกว่าหนักส่วนท้าย แต่อย่างไรก็ตามถ้าบาลานซ์ดีได้ด้วยก็จะดีเพราะมันควรเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่ควบคุมได้ของคันชักที่ทำมาแบบได้มาตรฐาน มันทำให้การใช้งานราบเรียบขึ้น เล่นง่ายขึ้น
3.    นักไวโอลินบางกลุ่มให้ความสำคัญกับความกระด้าง ความเหนียว (stiffness) ที่เป็นเรื่องความหนาแน่นของคันชักเพราะความยืดหยุ่นของเนื้อไม้มีผลกระทบกับหลายคน เพราะคนเล่นที่มีความสามารถจำนวนมากไม่ต้องการปรับตัวใหม่เมื่อเจอคันชักที่มีลักษณะต่างจากที่ตนใช้เป็นประจำเพราะมันไม่สะดวกในการใช้งาน นอกจากนี้อาจมีเหตุผลอื่น ๆ ร่วมด้วยอย่าง เช่น คันชักที่กระด้างแข็งนิด (hard stick) และมีน้ำหนักมากหน่อยมีแนวโน้มจะให้เสียงที่ดังขึ้น แต่อาจเด้งไม่ได้ดีนักทำให้ต้องใช้เทคนิคเข้าช่วยเพื่อให้เด้งดีขึ้น ส่วนบางคนอาจคุ้นกับแบบไม้ไม่กระด้างมาก เหนียว ยืดหยุ่น มีสปริงดี (medium hard/good spring) ก็จะชอบไปอีกอย่างเป็นต้น การเลือกใช้จึงเลือกให้เหมาะกับลักษณะความชอบและการใช้งาน ส่วนคันชักที่ทำมาจากไม้อายุน้อย เนื้อไม่ค่อยแน่นมักต้องทำให้มีแท่งหนา ๆ อวบ ๆ สักหน่อย คันชักแบบนี้ส่อว่าอาจมีความชื้นเหลืออยู่มาก มีโอกาศที่จะทำให้ความงอนของคันชักที่ดัดไว้แต่แรกด้วยความร้อนสูงคลายตัวลงไป ระยะเวลาจะช้าจะเร็วเหลือวิสัยที่คนซื้อจะคาดเดาได้ หรือแย่ที่สุดคือบิดงอ ประสิทธิภาพในการใช้งานก็จะเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมส่วนคันชักที่ไม้อ่อนมาก ๆ มักเป็นคันชักทำจากไม้ทุกประเภทของนักเรียนระดับฝึกหัดช่วงต้น ๆ เพราะราคาไม่แพง
4.    น้ำหนัก (weight) คนส่วนใหญ่มักชอบน้ำหนักระหว่าง 60g – 63g สำหรับคันชักไวโอลิน ส่วนคันชักแอนติคก็มักพบว่าน้ำหนักอาจอยู่ระหว่าง 55g – 60g เป็นส่วนใหญ่ ถ้าคันชักโบราณหนักสัก 60g-63g มักจะพบว่าราคาค่อนข้างจะแพงเอาการทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามคันชักที่บาลานซ์ดีมาก ๆ คนใช้ก็อาจรู้สึกว่าเบากว่าน้ำหนักแท้จริงของมัน
5.    แท่งไม้ตรงไม่บิดงอ (straight) และมีความงอนที่เหมาะสม (camber point) ซึ่งความงอนควรจะเริ่มงอนสองในสามส่วนของคันชักจากส่วนท้ายเพราะมีความสำคัญทำให้เวลาใช้งานจะไม่รู้สึกว่าลอย ๆ และจะให้มีเสียงที่ชัดเพราะสร้างแรงกดไปยังสายได้เหมาะสม
อย่างไรก็ตามการเลือกคันชักให้มีคุณสมบัติที่ดีมากเท่าไรก็จะยิ่งดีเท่านั้น คันชักที่ดีมาก ๆ มักจะทำมาจากไม้อายุมาก เนื้อไม้มีความหนาแน่นดี มีสปริงดี ควบคุมได้ง่าย ให้เสียงที่ชัดเจน มีบาลานซ์ที่ดี หางม้าที่ใช้ก็จะเป็นแบบเกรดสูง มีความเหนียว เส้นเล็กสม่ำเสมอ มีสีขาวธรรมชาติไม่ผ่านการฟอกสี (เพราะจะทำให้หางม้าเปราะขาดง่าย) ขึงมาแบบเรียบตึงทั้งด้านนอกด้านใน เวลาหย่อนหางม้าจนหมดก็ไม่ทิ้งตัวห้อยลงเป็นพวง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคันชักที่มาจากช่างที่มีฝีมือ ราคาก็ย่อมจะสูงขึ้น
เดี๋ยวนี้คันชักจากจีนมีขายมาก มีหลายราคาและหลายคุณภาพ ส่วนใหญ่ราคาย่อมเยา ฉะนั้นบางคนอาจเลือกโดยมุ่งไปที่ลักษณะที่ดีบางอย่างเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว เช่นให้ได้เสียงที่ดี คมชัดไว้ก่อน บาลานซ์อาจไม่ต้องดีมากปรับวิธีการใช้หน่อยก็ได้แล้ว คุณภาพเนื้อไม้ ความชื้นและอายุไม้อาจไม่ค่อยมาตรฐานนักแต่ก็รับได้แล้วเพราะราคาไม่สูง ใช้ไป ๆ กว่าไม้จะคลายตัวก็ใช้คุ้มค่าแล้วเป็นต้น
หมายเหตุ 
ในต่างประเทศเข้าใจกันดีว่า คันชักทำจากไม้บราซิลวู๊ดเกรดดี ๆ ให้เสียงที่ดี ใช้งานได้ดี คุ้มค่ากว่า คันชักที่ทำจาก
ไม้เพอนัมฯ เกรดต่ำ ๆ

ขอยกตัวอย่างไม้อื่น ๆ สักสามชนิดที่บางคนเข้าใจผิดคิดว่าจ่ายเงินซื้อคันชักเพอนัมบุ๊คโค่มาใช้ในราคาแสนถูก

แบบแรก เดี๋ยวนี้เรียกกันสั้น ๆ ว่า "ไอพีอี วู๊ด" ทั้งน้ำหนัก ทั้งลายไม้ ใกล้เคียงมากทำให้เข้าใจผิดกันมาเยอะ ราคาก็ห่างจากของจริงหลายเท่า บางร้านเอามาขายราคา 4,000-6,000 บอกว่าเป็นเพอนับบุ๊คโค่


แบบที่สอง เรียกว่า "ไอรอน วู๊ด" คล้าย ๆ กับบราซิล วู๊ด มากกว่า แต่ก็ยังมีคนเข้าใจผิด


แบบที่สาม "บราซิลวู๊ด" คันชักเกรดนักเรียนที่ฝรั่งคุ้นกันมานาน


ลองเทียบกับ "เพอนัมบุ๊คโค่" ของจริงที่อายุสักสิบกว่าปีนิดหน่อย เพื่อจะพอสังเกตุได้ชัดขึ้นบ้าง


คันชักจีนที่มีคุณภาพมาตรฐานที่จำหน่ายในสหรัฐและยุโรป ก็ไม่ได้ขายต่ำกว่าคันชักมาตรฐานจากคันชักเยอรมันเท่าใดนัก (นักเรียนในต่างประเทศมักไม่นิยมใช้คันชักมาตรฐานจากจีนเท่าใดนักอาจเพราะใช้คันชักเยอรมันปลอดภัยดีกว่าในราคาที่เท่ากันก็เป็นได้)  ตัวอย่างเช่น ถ้าคันชักจีนเป็นไม้เพอนัมฯ ก็อาจอยู่ในราคาขายเริ่มต้นราว ๆ USD 450 – 500 (ราคานี้ก็กระทบไหล่กับคันชักที่มาจากช่างหรือช๊อปที่มีชื่อเสียง มีการประทับชื่อไว้บนคันชักที่ฝรั่งเรียกว่า named bow) ส่วนถ้าเป็นไม้บราซิลวู๊ดเกรดดี ก็อาจอยู่ในราคาระหว่าง USD 100-150 แต่ถ้าเป็นบราซิลวู๊ดของจีนในราคาประมาณ USD 45 - 60 ก็มีแนวโน้มว่าจะเป็นคันชักจีนที่มีคุณภาพกระทบไหล่กับที่ขายในบ้านเราที่อยู่ในราคาระหว่าง 1,500 – 2,500 บาท

ภาพต้น ใบ และดอกของเพอนัมบุ๊คโค่


 
                                                            คันชักจากประเทศบราซิล



คันชักไม้เพอนัมบุ๊คโคจากประเทศบราซิลเป็นคันชักที่คุ้มค่าที่สุดทั้งในด้านราคาและคุณภาพมี Bow Workshops หลายแห่ง ช่างส่วนใหญ่เป็น Master Bowmakers ทุกคนได้รับการฝึกสอนและฝึกงานจาก world famous bow workshops ทั้งใน Europe และ USAปัจจุบันบราซิลมีหลายworkshops และทุกแห่งก็มีคลังไม้ แหล่งปลูกไม้ เป็นของตัวเองไม้ทั้งหมดเป็นไม้ที่ถูกกฎหมายในแต่ละเดือนแต่ละแห่งจะผลิตคันชักได้ประมาณ 450-600 ชิ้นเท่านั้นซึ่งเป็นจำนวนที่ไม่มากเลยเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ที่อยากจะเป็นเจ้าของ

ปัจจุบันมี Bow workshops หลายแห่ง ขอยกตัวอย่างชื่อที่เราอาจคุ้นหูดังนี้

  •  
    Horst John Workshop

    ก่อตั้งเมื่อปี 1951 โดยชาวเยอรมันที่เปลี่ยนมาถือสัญชาติบราซิล ชื่อ
    Horst John ในตอนแรกเป็นบริษัทที่ส่งไม้มีค่าออกต่างประเทศเขา
    เป็นผู้บุกเบิกการทำคันชักเป็นรายแรกในประเทศนี้ บนคันชักจะประทับ
    ชื่อ Horst John (top grade-silver line) หรือ John Brasil
    (standard grade-nickel line)

  •  
    Arcos Brasil Workshop


          (A master grade bow)    (Mr. Schaeffer jr)            (Mr. Lima)


    (Mr. Floriano Schaeffer - Arcos Brasil founder)

    ก่อตั้งเมื่อปี
    1996 โดย Celso de Mello และ Floriano Schaeffer
    ซึ่งเคยทำงานกับ Horst John มาก่อน บนคันชักจะประทับชื่อของ Bowmaker
    คันชักของที่นี่มีจุดเด่นต่างจากที่อื่น คือส่วนหัว (Tip) ของคันชักจะถูกออกแบบ
    ตามสไตล์ของช่างแต่ละคน การออกแบบส่วนหัวเป็นแนวอิสระ
    เป็นงานศิลป์ที่สามารถ
    พบได้บนคันชักที่มาจาก
    Arcos Brasil Workshop ทำให้เป็นจุดเด่นที่ต่างจากที่อื่น
    ปัจจุบันนับเป็น workshop ที่มีช่างมากที่สุด

  • Water Violet Workshop



    ก่อตั้งเมื่อปี 1994 โดย Renato Cesar Casara ที่หมู่บ้าน
    Demetrio Ribeiro ใกล้กับเมือง Joao Neiva ทางตอนใต้ของบราซิล
    มี Master Bowmaker 10 คน ช่างรวมทั้งหมด 38 คน
    บนคันชักจะประทับชื่อของ Bowmaker คันชักจากที่นี่มีคุณภาพสูงทั้ง
    ในด้านฝีมือช่าง และคุณภาพของเนื้อไม้


  • Maco Raposo Workshop




    ก่อตั้งเมื่อปี 1995 โดย Marco Raposo จบการทำคันชักไวโอลินจาก
    University of NewHampshire, USA มี workshop อยู่บนภูเขาสูง
    ในหมู่บ้าน Domingos Martins ในแหล่งของไม้เพอนัมบุ๊คโค คันชัก
    รุ่น exclusive ของที่นี่ทำมาจากไม้เก่านำมา recycle เป็นคันชักซึ่งจะ
    ได้ไม้ที่มีคุณภาพสูง ซึ่งถือเป็นจุดของ Maco Raposo Workshop

  • Hans Royner Workshop

    เป็น Brother workshop ของ John Brasil บนคันชักจะประทับชื่อ
    Hans Royner

  • I String LLC Workshop
    เป็น workshop ที่ค่อนข้างจะมาแรง ก่อตั้งเมื่อไม่นานมานี้โดยกลุ่ม
    Master Bowmakers ที่มีชื่อเสียงหลายคนคือ

    M. Pereira ลูกศิษย์ Pierre Guillame, Belgium
    เคยทำงานกับ Horst John และ Arcos Brasil

    P. Buzatto ลูกศิษย์ Horst John และเคยทำงานกับ Horst John

    J. Pereira ลูกศิษย์ Horst John และเคยทำงานกับ Arcos Brasil

    J. G. Bottoni ลูกศิษย์ของ Floriano Rupf และ Pierre Guillaume
    และเคยทำงานให้กับ Horst John และ Water Violet

    E. Guasti ลูกศิษย์ของ Floriano Rupf และ Pierre Guillaume
    และเคยทำงานให้กับ Horst John และ Water Violet



    ตัวอย่างรายชื่อ Bowmakers กลุ่มที่มีชื่อเสียงที่สุดของบราซิล

(Information on makers from L'archet Brasil)

(A bow made by M. Francisco at Metro Music Room bought in 2005)
Manoel Francisco
Manoel Francisco has worked as a bow maker for over 15 years. A highly-experienced bowmaker, he had worked for 10 years as a quality control supervisor for Water Violet Bow Workshop. Manoel maintains a studio close to Vitoria-ES Brazil, Manoel never stopped working as a bowmaker. In July 2005, Manoel had an opportunity to join L'archet Brasil for a special edition, with exclusive crafting capacity. He is without any doubt, one of the best bow makers in
Brazil. His bows are known around the world for their playability and beauty. Beautiful finish and amazing craftsmanship are hallmarks of Manoel Francisco bows. His bows are definitely ones of the top Pernambuco bows made in Brazil.

Juliano Oliveira has worked as a bow maker for 10 years. He is without any doubt, an excellent example of the new young generation of Brazilian Bowmakers.

Ronaldo Siqueira has over 15 years experience as a bowmaker. He has been crafted bows since he was a teenager, he has developed greater playability for his bows over the years.

Andre Werlong specializes in high-level student bows. He had learned how to make bows at an early age, and is always looking forward to improving his techniques and abilities in the art of bow making.

Elias Guasti showcases over 20 years of experience in crafting excellent bows. His Cello bows are the 'gold-standard' for Pernambuco bows from Brazil. Elias Guasti began as a student of Horst John, aka John Brazil, as a teenager. Soon he joined with Jose Bottoni, stamping their bows with the well known stamp "Guasti & Bottoni". Then, both Elias and Jose Bottoni started working for Water Violet Bows, where they had developed their unique styles of bow making. Today, they bring their excellent works and classic french-style Pernambuco bows to the L'archet Brasil bow making team.

Valdecir Siqueira (Siqueira Atelier)
, a high level young professional bow workshop. This is a trade name for a renowned bowmaker Valdecir Siqueira. He is known for his excellent work, leading one of the best Pernambuco bow workshops in
Brazil.

Flavio Rupf had learned how to make bows at an early age in the mountains of Domingos Martins-ES Brazil, working with his brother Floriano Rupf, improved his abilities in the art of making bows. His bows are unique, beautifully crafted with excellent playability.

Atelier I.M. Kloss, high level young professional bows. He is known for his excellent work leading one of the best Pernambuco bow workshops in Brazil.

Alexandro Carvalho learned how to make bows at an early age, and is always looking forward to improving his techniques and abilities in the art of making bows. He's bows are unique, beautifully crafted with excellent playability. Pernambuco bows from Alexandro Carvalho are wonderfully made and well finished, and most importantly, having superb playability.

Jamie Goldie an exprienced American bow maker who works in Brazil. His bows are completely hand crafted with excellent playability.

Willian de Marchi has over 8 years of experience creating excellent bows. He is a unique young bowmaker for being the first Brazilian winner of the Bowmaking - Certificate of Craftsmanship from the V.S.A of the United States.

Raimundo Almeida has over 10 years experience in bow making. He had started his career with renamed company Horst John / John Brazil.

Claudiano Santos has been a bow maker for over 16 years. He had started his career as a bowmaker with Horst John. Acquiring good experience over 16 years. Today, he is an internationally respected Brazilian bowmaker. His bows are unique. Claudiano had also worked for Water Violet Bow Workshop for several years, as professional bowmaker and later on, teached bowmaking to many young apprentices.

Luan Ruy has worked as a bow maker for over 6 years. He is a young bowmaker, but has abilities and skills like no others. Perfect craftsmanship and clean work made his bows top quality among young bowmakers in Brazil.

Jose Bottoni has been a bow maker for over 20 years. He had started his career as a bowmaker with Horst John. Acquiring good experience over 20 years, he is an internationally respected Brazilian bowmaker.







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
METRO MUSIC ROOM "Let's add more music to your life" Mobile: 0863420594