dot dot
bulletแกลเลอร์รี่ เมโทรฯ
bulletหย่อง ตัดโดย เมโทรฯ
bulletเพลินเพลงไวโอลิน
bulletเด็กกับทักษะทางดนตรี
bulletเตรียมตัวเรียนดนตรี
bulletคำถามที่พบบ่อย
bulletเลือกไวโอลินและคันชัก
bulletคันชักไม้หลายชนิด ดูให้เป็น
bulletไวโอลินก็มีหัวใจ
bulletมือใหม่และไวโอลิน
bulletเรื่องสัพเพเหระ
bulletเรื่องหย่องไวโอลิน
bulletวิธีผลิตไวโอลินและคันชัก
bulletส่วนต่าง ๆ ของคันชัก
bulletส่วนต่าง ๆ ของไวโอลิน
bulletภาพไวโอลินระดับโลก
bulletวิธีอ่านโน๊ตและการวางนิ้ว
bulletเข้าใจไวโอลินสเกล
bulletเล่นไวโอลินให้ดูสง่างาม
bulletหัดทำไวบราโต้ (Vibrato)
bulletหัดจับคันชักแบบ Itzhak
bulletไวโอลินสวย ๆ
bulletเวปไซด์นักไวโอลินชื่อดัง
bulletโน๊ตเพลงลาติน
bulletโน๊ตเพลงแบบง่าย
bulletโน๊ตเพลงป๊อป
bulletโน๊ตเพลงคลาสสิค
bulletโน๊ตเพลงพระราชนิพนธ์
bulletท่านถาม - เราตอบ
bulletนโยบายความเป็นส่วนตัว


Fine French violins and bow


เข้าใจไวโอลินสเกล

 

การอ่านสเกลในแบบที่เข้าใจมากขึ้นสำคัญสำหรับนักเรียนระดับกลาง
ลองทำความเข้าใจกับวิธีต่อไปนี้ดู แล้วจะรู้ว่าไม่ยากอย่างที่คิด
วิธีการอ่านสเกล สำหรับนักเรียนไวโอลิน แบบง่าย ๆ เอาเฉพาะแบบเบาะ ๆ เท่าที่นักเรียนไวโอลินควรจะเข้าใจ จะพยายามอธิบายแบบดุ่ย ๆ ไปเลยก็แล้วกัน
นักเรียนที่อ่านโน๊ตได้ก็จะทราบกันอยู่แล้วว่าเสียงโน๊ตนั้นเทียบเป็นตัวอักษรก็ได้โดยเริ่มที่ A B C D E F G วนไปเรื่อย ๆ ฉะนั้นสเกลต่าง ๆ มาจากไหนกัน ก็มาจากรูปแบบของคีย์เปียนโนนั่นเอง โดยจัดลำดับเสียงตามแบบที่พบอยู่บนคีย์เปียนโนนั่นแหละ เบื้องต้นรู้แค่นี้ไปก่อน มาก ๆ อธิบายยาวแล้วจะงง ๆ เอาเท่าที่จะต้องใช้ไปก่อน
สำหรับการอ่าน สเกลไวโอลินที่เรียกว่า เมเจอร์ทั้งหลายเป็นพวกที่ติด ชาร์ป (หรือประกอบด้วยโน๊ตที่มีเสียงสูง) ยกตัวอย่างเช่น G major (ตามภาพข้างล่างนี้ นักเรียนไวโอลินดูเฉพาะห้าเส้นบน) ก็เข้าใจได้ง่าย ๆ โดย


ขั้นแรก เมื่อเราเห็นเครื่องหมายชาร์ป แล้วเราก็จะรู้ทันทีว่าสเกลนี้ชื่ออะไร ก็ต้องท่องไว้เลยว่า
Scale            G major                  มี        1        ชาร์ป
Scale            D major                  มี        2        ชาร์ป
Scale            A major                   มี        3        ชาร์ป
Scale            E major                   มี        4        ชาร์ป
Scale            B major                   มี        5        ชาร์ป
Scale            F major                   มี        6        ชาร์ป
Scale            C major                   มี        7        ชาร์ป

เมื่อจำได้แล้วพอเห็นเครื่องหมายชาร์ปก็จะรู้ทันทีว่าสเกลนี้ชื่ออะไร ไม่ยากเลย
ขั้นที่สอง เราก็น่าจะต้องจำรูปแบบการเรียงอักษรต่อไปนี้ให้ได้คล่องด้วย
(เพื่อที่จะให้รู้ว่าสเกลไหนมีโน๊ตที่เป็นชาร์ปกี่ตัว)
B          E          A          D         -          G         C          F
ตัวอย่างการใช้แถวตัวอักษรด้านบนก็ใช้งานดังนี้

ถ้าอยากจะรู้ว่า E major มีเสียงใดเป็นชาร์ปบ้าง ก็มีหลักง่าย ๆ โดยยึดหลักว่า ให้นับตัวอักษรจากขวาไปซ้าย จนพบตัวอักษร D ว่ามีกี่ตัว มีตัวอักษรใดบ้าง (ที่ต้องไปจบที่ D ก็เพราะ D เป็นเสียงที่ต่ำกว่าเสียง E หนึ่งเสียง) และเราก็จะรู้ได้เลยว่า E major นั้นมี 4 ชาร์ป และ ก็มีโน๊ต F C G D ที่เป็นชาร์ปในสเกลนี้
เอ้า ลองอีกตัวอย่างหนึ่งจะได้แจ่มแจ้งขึ้นอีก
ถ้าอยากจะรู้ว่า D major มีเสียงใดเป็นชาร์ปบ้าง ก็มีหลักง่าย ๆ โดยยึดหลักว่า ให้นับตัวอักษรจากขวาไปซ้าย จนพบตัวอักษร C ว่ามีกี่ตัว มีตัวอักษรใดบ้าง (ที่ต้องไปจบที่ C ก็เพราะ C เป็นเสียงที่ต่ำกว่าเสียง D หนึ่งเสียง) และเราก็จะรู้ได้เลยว่า D major นั้นมี 2 ชาร์ป และ ก็มีโน๊ต F C ที่เป็นชาร์ปในสเกลนี้
ขั้นสุดท้ายเมื่อเห็นภาพสเกลเมเจอร์ด้านล่างแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าแบบนี้ เรียกชื่อว่าอะไร จริง ๆ จะใช้วิธีนับเอาแบบในขั้นแรกก็ได้ แต่ก็มีวิธีสังเกตุได้อีกวิธี แบบนี้

โดยสังเกตุดู ชาร์ปด้านขวาสุด ซึ่งเดี๋ยวนี้เรารู้แล้วว่าเป็นตำแหน่งของ G# และก็ให้นับสูงขึ้นไปอีกหนึ่งเสียงก็จะเป็นตำแหน่งของ A ฉะนั้นสเกลนี้ก็ได้ชื่อเรียกว่า A major นั่นเอง
เมื่อเข้าใจแบบนี้แล้ว อะไร ๆ ก็ง่ายขึ้นอีกหน่อย เวลาไปเห็นสเกลที่ไม่เคยเล่นก็จะเล่นได้ ต่อไปก็จะเป็นเรื่องของ Minor scale เป็นสเกลพวกที่ติด แฟลท (หรือประกอบด้วยโน๊ตที่มีเสียงต่ำ) ไว้มีเวลาว่างแล้วจะพยายามเขียนอธิบายเพิ่มเติมให้ หลักก็ไม่ได้ยากวิธีดูก็คล้าย ๆ กับเมเจอร์สเกลนั่นเอง






Copyright © 2010 All Rights Reserved.
METRO MUSIC ROOM "Let's add more music to your life" Mobile: 0863420594