ReadyPlanet.com
dot dot
dot
About Violin
dot
bulletเลือกไวโอลินและคันชัก
bulletคันชักไม้หลายชนิด ดูให้เป็น
bulletไวโอลินก็มีหัวใจ
bulletมือใหม่และไวโอลิน
bulletเรื่องสัพเพเหระ
bulletเรื่องหย่องไวโอลิน
bulletวิธีผลิตไวโอลินและคันชัก
bulletส่วนต่าง ๆ ของคันชัก
bulletส่วนต่าง ๆ ของไวโอลิน
bulletภาพไวโอลินระดับโลก
bulletไวโอลินสวย ๆ
dot
Violin Techniques/Tips
dot
bulletวิธีอ่านโน๊ตและการวางนิ้ว
bulletเข้าใจไวโอลินสเกล
bulletเล่นไวโอลินให้ดูสง่างาม
bulletหัดทำไวบราโต้ (Vibrato)
bulletหัดจับคันชักแบบ Itzhak
bulletเวปไซด์นักไวโอลินชื่อดัง
dot
Where do I begin?
dot
bulletเตรียมตัวเรียนดนตรี
bulletเด็กกับทักษะทางดนตรี
bulletคำถามที่พบบ่อย
dot
Sheet Music
dot
bulletโน๊ตเพลงลาติน
bulletโน๊ตเพลงแบบง่าย
bulletโน๊ตเพลงป๊อป
bulletโน๊ตเพลงคลาสสิค
bulletโน๊ตเพลงพระราชนิพนธ์
bulletท่านถาม - เราตอบ
dot
Miscellaneous
dot
bulletเพลินเพลงไวโอลิน
bulletแกลเลอร์รี่ เมโทรฯ
bulletนโยบายความเป็นส่วนตัว
bulletค้นหา


Fine French violins and bow


เลือกไวโอลินและคันชัก article

 


การเลือกไวโอลิน
 

การเลือกไวโอลิน ควรแยกให้เป็นสองแบบ คือ การเลือกไวโอลินเกรดนักเรียน สำหรับฝึกหัดเบื้องต้น และ การเลือกไวโอลินทั้งใหม่และเก่าเกรดดีสำหรับผู้ที่เล่นเป็นแล้ว
 
การเลือกไวโอลินนักเรียน
(จากตารางด้านล่างพอเป็นแนวทางได้เด็กไทยเดี๋ยวนี้ตัวโตไม่แพ้เด็กฝรั่งแล้ว)
 


ถ้าเป็นไวโอลินตัวแรกไม่ว่าของเด็กเล็ก เด็กโตหรือของผู้ใหญ่ ถ้าเลือกไม่เป็นอย่างน้อยที่สุดก็คงต้องดูว่าลูกบิด บิดอยู่หรือไม่ เพราะถ้าหลวม ลื่น บิดแล้วไม่ติด และไม่นำไปแก้ไขก่อนใช้เรียน ก็จะมีปัญหาในการตั้งเสียง เพราะตั้งเสียงไม่อยู่ เรียนไป ๆ ก็ยังจำเสียงตัวโน๊ตที่ถูกต้องไม่ได้สักที เสียงเพี้ยนตลอด หรือถ้าให้ดีที่สุดก็ต้องซื้อจากร้านที่เซ็ทอัพมาให้ทุกอย่างแล้วจะได้ใช้เรียนได้อย่างสบายใจ

เรื่องเสียงอย่าไปเน้นแต่แรกว่าจะต้องแบบนั้นแบบนี้สำหรับไวโอลินตัวแรก เหตุผลง่าย ๆ คือ ทุกตัวถ้านำไปปรับแต่งเสียงก็จะดีขึ้น หรือถ้าไวโอลินทำมาดีแล้วมีมาตรฐานพอควร แม้เสียงไม่ถูกใจนักก็ควรเลือกใช้ฝึกไปก่อน เมื่อเล่นเป็นแล้วต่างหากนักเรียนถึงจะมีความชัดเจนขึ้นว่าชอบไวโอลินเสียงแนวไหนกันแน่ คนที่เล่นเป็นแล้วส่วนใหญ่ไม่มีไวโอลินตัวเดียวหรอกส่วนมากมีเกินหนึ่งกันทั้งนั้นเพราะต้องการใช้ไวโอลินที่มีคุณภาพสูงขึ้นและมีเสียงที่ถูกใจนั่นเอง ส่วนคันชักที่มาเป็นชุดของไวโอลินเกรดนักเรียนก็พยายามเลือกแบบที่ไม้คันชักมีความงอน ไม้คันชักไม่บิดซ้ายหรือบิดขวา หรือไม้อ่อนจนเกินไปก็จะเป็นการเลือกที่ปลอดภัย

การเลือกไวโอลินเกรดดี

เนื่องจากเป็นของดี มีราคา ก็เลยต้องมีความพิถีพิถันหน่อย ฝรั่งเขาแนะว่ามี 4 ขั้นตอนที่ควรนำไปใช้ในการประเมินคุณภาพไวโอลิน ในที่นี้เขาหมายถึงไวโอลินเกรดมาตรฐานได้รับการเซ็ทอัพมาในระดับหนึ่งแล้วเท่านั้น 

เขาให้ข้อสังเกตุดังนี้ในการคัดเลือกดังนี้

สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องพอใจอันดับแรกคือ พื้นเสียงของไวโอลิน ซึ่งหมายถึง ว่ามีเสียงแหลม หรือ นุ่มนวล รื่นหู หรือ เสียงหวาน ฯลฯ ทดสอบได้โดยการเล่น สเกลหรือ บทเพลงสั้น ๆ โดยไม่ใช้ วิบราโต้ (Vibrato) และให้เล่นโดยใช้คันชัก ที่มีคุณภาพดีที่สุดที่มีใช้เป็นของตนเอง จับจ้องที่สุ้มเสียงที่เกิดขึ้น ความชัดเจนของเสียง และความดังกังวาน การตอบสนองที่รวดเร็วต่อการสี โดยทดสอบที่ละสาย อย่างไรก็ตามคำจำกัดความว่า เสียงดี นั้นเป็นความชอบเฉพาะบุคคล นอกจากนี้แล้วยังต้องสังเกตถึงความสม่ำเสมอ มีสมดุลของสายทุกสายว่าต้องเท่ากันด้วย หากไม่ชอบน้ำเสียงตั้งแต่ต้นก็ไม่ต้องทดสอบอีก แสดงว่าไวโอลินตัวนี้เราไม่ชอบแน่นอนแล้ว ตัดออกไปจากตัวเลือกได้เลย

หากผู้ทดสอบมีทักษะสูงพอ ก็ควรใช้ความสามารถนั้นเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของไวโอลินในเรื่องของพลังเสียง และระดับความพอใจของเสียง เช่น เล่นเสียงเบา หนักปานกลาง หนักมาก เพราะไวโอลินบางตัว เสียงดังอย่างเดียว เล่นเสียงเบาไม่ค่อยได้ หรือเล่นเสียงเบาได้ดี แต่เล่นเสียดังไม่ได้ดี ฯลฯ เป็นต้น ทดลองสีอีกครั้งโดยการเล่น สเกลหรือ บทเพลงสั้น ๆ โดยไม่ใช้ วิบราโต้ คอยสังเกตให้ดีในเรื่องของ เสียงหนักดัง เสียงเบานุ่มนวล เสียงที่สดใสชัดเจน ความน่าฟังของเสียงที่ได้ต้อง มีความกระชับหนักแน่นด้วย เช่นในส่วนของสายจี หลังจากนั้นก็ทดสอบดูว่าเมื่อสีให้มีเสียงสดใส นั้นเสียงที่ได้มีความคมชัดเจนมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะในส่วนของสายอี สังเกตว่าในขณะสีเน้นเสียงหนัก เสียงเบานั้น มีเสียงระคาย ไม่สดใส ไม่คมชัดบ้างหรือไม่ เพราะคุณสมบัติที่ดีของไวโอลินในการทดสอบนี้มีส่วนช่วยในการพัฒนาทักษะการเล่นของผู้เล่นได้เป็นอย่างดี ในขั้นตอนนี้การทดสอบอาจไม่ได้ผลเต็มที่หากว่า คุณภาพของคันชัก ด้อยกว่าคุณภาพของไวโอลินมากเกินไป ต้องใช้ของที่มีคุณภาพสมกันจึงจะเห็นประสิทธิภาพได้ชัดเจน ยกตัวอย่างว่า พยายามอย่าใช้คันชักระดับนักเรียนไปใช้ทดสอบไวโอลินระดับอาชีพ เป็นต้น ผลการทดสอบจะบิดเบือนจากความเป็นจริง

หากผู้ทดสอบมีทักษะในการเล่นที่ดีขึ้นไปอีกเช่น การใช้เทคนิคมือขวาดี การกดนิ้วดี การเปลี่ยนโพสิชั่นมีความคล่องแคล่วดี ก็จะสามารถรู้ถึงระดับพลังเสียงว่า ได้ยินดังฟังชัดไปไกลมากน้อยเพียงใด สามารถทดสอบได้โดยการทดสอบเล่นบันไดเสียง สูงต่ำแบบหลากหลายบนสายแต่ละสาย โดยใช้เทคนิคมือขวาหลาย ๆ เทคนิคเข้าไปทดสอบด้วย ในขณะที่ทดสอบนั้นให้สังเกต ว่ามีการตอบสนองที่รวดเร็วดีหรือไม่ ระดับเสียงสูงในแต่ละสายมีพลัง มีความคม ชัดเจน แน่นกระชับ ไม่มีเสียงแกรกกรากจนไม่น่าฟังเมื่อเล่นตัวโน๊ตที่ใช้เสียงสูงในแต่ละสาย สามารถเล่นในที่กว้าง หรือที่ ๆ มีเสียงสะท้อนหรือเสียงก้อง ฯลฯ ได้ค่อนข้างดี หรือดีโดยไม่เป็นปัญหามาก

เมื่อไวโอลินผ่านการทดสอบสามข้อแรกไปแล้ว จึงค่อยเล่นและเปรียบเทียบ จุดดีจุดด้วยกับไวโอลินตัวเดิมที่มีอยู่ด้วย เพราะเหตุผลหลักในการเปลี่ยนไปใช้ไวโอลินที่ดีขึ้นนั้นมีเหตุผลที่สำคัญเพียงอย่างเดียวคือ ทักษะในการเล่นได้พัฒนาไปไกลมากแล้วจนรู้สึกได้ว่า ประสิทธิภาพของไวโอลินตัวเดิมที่เคยเล่นนั้นด้อยไปเสียแล้ว เช่น การตอบสนองได้ไม่ดีเมื่อใช้เทคนิคการเล่นบางประเภท ทำให้เล่นยาก ไม่สามารถเล่นเพลงที่ต้องสร้างสีสันของเสียงที่หลากหลายได้ดี ฯลฯ เป็นต้น ลองทดสอบเปรียบดูกับไวโอลินเดิมหลายครั้งให้แน่ใจ จะได้สามารถตัดสินใจได้ถูกต้องในที่สุด

สุดท้ายการทดลองไวโอลินของนักเล่นก็คือการทดลองประสิทธิภาพของไวโอลินด้วยการลองเล่นเพลงและเล่นสเกล แต่ไม่รวมถึงการทดลองแบบอื่น ๆ เช่นโดยการใช้ข้อนิ้วเคาะไม้แผ่นหน้าและแผ่นหลังของไวโอลินเพื่อฟังเสียงไม้ฝั่งเสียงต่ำและเสียงสูงเพราะเสียงมันก็ต่างกันอยู่แล้ว โดยเฉพาะถ้าไปเคาะไวโอลินเก่า ๆ อาจไม่ดีต่อวานิชได้ วิธีเช่นนี้ควรยกไว้เป็นเรื่องของช่างทำไวโอลินระดับอาชีพจะดีที่สุด

วิธีที่ฝรั่งแนะนำในการเลือกคันชัก
 
 

 
 
ปกติเมื่อเลือกซื้อไวโอลินระดับนักเรียน เขาเรียกว่าเป็นแบบชุด มักมีคันชักแถมมาให้อยู่แล้วไม่ต้องซื้อใหม่เว้นแต่คุณภาพด้อยจริง ๆ ใช้งานลำบาก ส่วนคนที่ต้องการซื้อคันชักดี ๆ การทดสอบประสิทธิภาพแบบที่ฝรั่งแนะนำก็น่าจะเป็นแนวทางหนึ่งที่ควรนำไปใช้

คันชักที่มีคุณภาพด้อยกว่ามาตรฐานมากเช่นคันชักที่แถมมากับไวโอลินจีนราคาถูก หรือคันชักที่ขายเดี่ยวราคาถูกมาก ๆ ก็คงไม่สามารถทดสอบตามคำแนะนำด้านล่างนี้ได้ การทดสอบคงดูได้เฉพาะความแข็งแรงของแท่งไม้เลือกที่แท่งตรง ไม่บิดเบี้ยว ดูน้ำหนักว่าเหมาะมือหรือไม่ และทดสอบเสียงว่าพอรับได้หรือไม่เท่านั้น  

ส่วนคันชักที่มีมาตรฐานดีนั้นฝรั่งเขาแนะนำว่าการทดสอบคันชักมีสี่ขั้นตอนสามารถนำไปใช้ได้ดังนี้ 

ขั้นแรกไม่ว่าผู้เล่นอยู่ในระดับใด ควรคำนึงเสมอว่าเราต้องมีความพอใจ ในเสียงของไวโอลินเวลาใช้คันชักนั้นเล่น (หาคันชักคุณภาพดีใช้ ก่อนซื้อไวโอลินที่ดีขึ้นกว่าตัวเดิมอาจเป็นทางเลือกที่ดี เพราะทำให้ไวโอลินตัวเก่าของเราเสียงดีขึ้น นอกจากนี้คันชักที่มีคุณภาพดีมากก็ยังมีราคาไม่สูงเท่าการเปลี่ยนไวโอลินตัวใหม่) การทดลองเล่นสเกลต่าง ๆ โดยไม่ใช้เทคนิควิบราโต้  ขณะทดสอบให้จดจ่ออยู่กับสุ้มเสียง เสียงมีความคมชัด กลมกลืนตลอดหัวจรดปลายคันชัก คันชักกินสายหรือไม่ เล่นง่ายหรือไม่ คันชักที่ซื้อควรมีประสิทธิภาพของข้อแรกนี้ ถ้าคันชักไม่ผ่านการทดสอบในขั้นแรก ก็ไม่ต้องพิจารณาสิ่งอืน

ขั้นตอนที่สอง หากผู้เล่นมีความสามารถในระดับที่สูงขึ้นในการใช้คันชักต้องพิจารณาน้ำเสียง และ ความดังว่าระยะห่างที่จะได้ยินเสียงอยู่ใกล้ ไกล เพียงใด ทดสอบโดยใช้เทคนิควิบราโต้แบบสั้น แบบยาว ทดลองเล่นให้เสียงดังและเสียงเบาโดยไม่ให้ได้ยินเสียงเสียดสีของสายและหางม้าแทรกให้ได้ยิน ทดลองลากคันชักลงโดยใช้เทคนิค เครสเซนโดส์-Crescendos ตลอดความยาวของหางม้าไปจนถึงปลายคันชัก

ขั้นตอนที่สาม หากความสามารถในการใช้เทคนิคมือขวามีมาก ก็ต้องทำการทดสอบการเล่นโดยใช้เทคนิค Spiccato, Staccato, Ricochet ซึ่งเป็นเทคนิคการสีให้คันชักคล้ายมีสปริงและดีดขึ้นมาจากสายเป็นจังหวะ ให้สังเกตุความยากง่ายว่าสามารถควบคุมให้เป็นไปตามต้องการได้ดีขึ้นกว่าการใช้คันชักเดิมหรือไม่ และให้เสียงที่คมชัดหรือไม่ มีการตอบสนองดีมากน้อยแค่ไหน มีเสียงที่ไม่ใช่เสียงโน๊ตแทรกในระหว่างสีหรือไม่ เพราะคันชักที่ดี จะต้องทำเทคนิคเช่นที่ว่าได้ดี เพื่อพัฒนาความเชี่ยวชาญของเทคนิคมือขวาให้มีสูงขึ้นไปอีก

ขั้นตอนสุดท้าย เมื่อคันชักนั้นผ่านขั้นตอนต่าง ๆ มาแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายต้องนำมาเปรียบเทียบกับคันชักอันเดิมที่ใช้อยู่ว่าดีกว่าหรือไม่ อย่างไรบ้าง เช่น เสียงดีกว่า มีสปริงดีกว่า เล่นคล่องขึ้นและควบคุมง่ายกว่า การเทียบก็สามารถเทียบโดยการใช้การทดสอบเบื้องต้นมาเทียบ แล้วในที่สุดต้องมีความมั่นใจในการตัดสินใจว่า ต้องการหรือไม่

 




All about violin

เรื่องของโทนวู๊ด article
หย่องไวโอลิน article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
METRO MUSIC ROOM "Let's add more music to your life" Mobile: 0863420594